วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2558

เพชรบุรีเมืองใกล้กรุง ที่นอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่างเขาวังและของฝากขึ้นชื่ออย่างขนมหม้อแกงเมืองเพชรแล้ว เมืองเก่าแห่งนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวน่าชมอีกมาย จะเที่ยวแบบเช้าไปเย็น-กลับ หรือจะแวะค้างสักคืนก็สนุกไม่หยอก แล้วจะรู้ว่าเพชรบุรีก็มีทีเด็ดไม่แพ้จังหวัดไหนๆ
หาดชะอำ : แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังประจำเมืองเพชร เป็นชายหาดที่สวยงาม ถนนเลียบชายหาดทรายเรียงรายไปด้วยแนวต้นสน นักท่องเที่ยวมาแล้วสามารถเพลิดเพลินไปกับการเล่นน้ำทะเลใส ซื้อของกินในราคาไม่แพง ซึ่งจะมีพ่อค้าแม่ค้ามาหาบขายตลอดเวลา มีเตียงผ้าให้นั่งนอนเล่นยาวตลอดแนวชายหาดหาด เต็มไปด้วยที่พักมากมายหลายระดับให้นักท่องเที่ยวได้เลือกใช้ ทั้งแบบราคาย่อมเยาว์ไปจนถึงที่พักหรูราคาแพง หรืออยากออกกำลังกายสนุกๆ ก็เช่าจักรยานปั่นกินลมชมวิวไปตามถนนเลียบชายหาดสามารถ หรือจะลองขี่ม้าที่มีคนนำมาไว้บริการก็ยังได้ คิดดูสิว่าจะสนุกแค่ไหน
เขาวัง : เป็นโบราณสถานเก่าแก่คู่เมืองเพชรบุรี ตั้งอยู่บนยอดเขาใหญ่ 3 ยอด กรมศิลปากรได้ใช้บางส่วนของพระราชวังบนยอดเขาด้านทิศตะวันตกนี้จัดตั้งเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี ภายในเก็บรักษาโบราณวัตถุต่าง ๆ ได้แก่ เครื่องราชูปโภคของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รูปหล่อโลหะสำริดและทองเหลืองที่ใช้สำหรับตกแต่งห้องต่าง ๆ ในพระที่นั่ง และเครื่องกระเบื้องของจีน ญี่ปุ่น และยุโรป (เฉพาะส่วนของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินี้ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00-16.00 น. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-3242-5600)
พระราชวังมฤคทายวัน : พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง เพชรบุรี หากคุณเป็นคนที่ชอบท่องเที่ยวชมสถานที่สวยงามเชิงประวัติศาสตร์ ขอแนะนำพระราชวังที่มีสีหวานที่สุด และมีจักรยานให้เช่าขี่ชมรอบๆ ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลที่แสนเย็นสบาย (เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00 -16.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการ เวลา 08.30-16.00 น. ปิดวันพุธ ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท รับผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะ ต้องทำหนังสือถึงผู้กำกับการกองบังคับการฝึกพิเศษ ค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โทร. 0-3250-8039)
พระราชวังบ้านปืน : พระรามราชนิเวศน์ หรือ "พระราชวังบ้านปืน" ร.5 ได้มีความประสงค์ให้สร้างด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อเป็นพระราชนิเวศน์สำหรับประทับแรมในฤดูฝน เป็นพระราชวังที่มีรูปแบบเป็นตะวันตกและตามความนิยมของประเทศเยอรมันในช่วงเวลานั้น เรียกกันว่าแบบบาโร้คและแบบอาร์ตนูโว ซึ่งแต่ละมุมของพระราชวังได้ตกแต่งประดับประดาด้วยความพิถีพิถันและปราณีตมากๆ (เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท นักเรียนนักศึกษาในเครื่องแบบ 5 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท สำหรับผู้ที่ต้องการจะเข้าชมเป็นหมู่คณะ และต้องการวิทยากรบรรยาย สามารถทำหนังสือถึงผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเพชรบุรี ค่ายรามราชนิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี 76000 โทร. 0-3242-8506-10 ต่อ 259)
วัดใหญ่สุวรรณาราม : วัดนี้สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา และได้มีการบูรณะในสมัยร. 5 ภายในวัดมีศาลาการเปรียญเป็นพระตำหนักไม้สักทั้งหลังที่พระเจ้าเสือแห่งกรุง ศรีอยุธยา พระราชทานแด่พระสังฆราชชาวเพชรบุรี ศาลาการเปรียญในวัดนี้ มีลักษณะที่โดดเด่นจากงานแกะสลักไม้ที่สวยงาม โดยเฉพาะบานประตูสลักลายก้านขดปิดทอง และยังมีธรรมาสน์เทศน์ซึ่งแกะสลักลงรักปิดทอง รูปทรงเป็นบุษบกที่งดงามและสมบูรณ์ บนผนังภายในพระอุโบสถ มีภาพเขียนเทพชุมนุม อายุกว่า 300 ปี (เปิดให้เข้าชมได้ทุกวันทำการ เวลา 08.00 น. - 16.00 น. สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 0-3241-2714)
วัดมหาธาตุวรมหาวิหาร : วัดมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพชรบุรีที่มีความเก่าแก่ มีอายุมากกว่า 800 -1,000ปีมาแล้ว วัดแห่งนี้เป็นเหมือนศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวเมืองเพชรบุรี มีความโดดเด่นขององค์พระปรางค์ 5 ยอด ที่ตั้งตระหง่านดุจร่มโพธิ์ร่มไทร มองเห็นได้จากทั่วทุกสารทิศ มีทั้งความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปะ และคุณค่าสำคัญทางจิตใจของชาวเมืองเพชรบุรี เป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนมาหลายยุคหลายสมัย (เปิดให้เข้าชมได้ทุกวันทำการ เวลา 08.00 น. - 16.00 น.)
หาดเจ้าสำราญ : เป็นชายหาดที่เคยเป็น สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากสมัยโบราณ เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงพอพระราชหฤทัยในความงามของหาดแห่งนี้มาก ทรงประทับ แรมอยู่หลายวัน จนกระทั่งชาวบ้านเรียกหาดนี้ว่า หาดเจ้าสำราญ มาสมัยร. 6 หาดเจ้าสำราญมีชื่อเสียงกว่าชายทะเลแห่งใด ๆ ในเมืองไทยสมัยนั้น ร.6 โปรดฯ ให้สร้างพระตำหนักที่ประทับขึ้น ณ ริมหาดแห่งนี้เรียกว่า พระตำหนักหาดเจ้าสำราญ ต่อมารื้อไปสร้างใหม่ที่มฤคทายวัน ปัจจุบันมีร้านอาหารและรีสอร์ทริมทะเลหลายแห่ง (เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00 น. - 18.00 น. ไม่เสียค่าเที่ยวชม)
อช. แก่งกระจาน: ด้วยความเขียวชะอุ่มของผืนป่าบวกกับความสดชื่นของอากาศบริสุทธิ์เย็นฉ่ำยาวนานตลอดปี ไม่น่าเปลกใจที่แก่งกระจานกลายมาเป็นจุดมุ่งหมายของนักเดินทางที่ต้องการมาพักกายและพักใจในอ้อมกอดของขุนเขา มาแล้วต้องไม่พลาดไปชมอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน ชมวิวขุนเขาสุดสายตา ล่องเรือชมทะเลสาบน้ำจืดเหนือเขื่อนแก่งกระจาน หรือจะขึ้นไปชมทะเลหมอก เขาพะเนินทุ่ง ซึ่งมีจุดกางเต๊นท์พักแรมที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติชั่วคราว (พะเนินทุ่ง) ในวันที่อากาศสบายๆ อาจได้ชมผีเสื้อแสนสวยและนกเงือกบินอยู่เหนือทะเลหมอกและขุนเขาก็ได้
ห้่ามพลาด: มาเพชรบุรีทั้งที ของฝากที่ใครๆ ก็ต้องนึกถึง นี่เลย ขนมหม้อแกง ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองเพชรไม่มีหอมเจียวโรยหน้า ถาดละ 35-40 บาท / ของทะเลแห้ง มีทั้งหอยเสียบแห้ง หอยแมลงภู่แห้ง ปลาหมึกแห้ง หรือกะปิแท้ / น้ำตาลสด ต้มสดๆ ใหม่ๆ ยิ่งแช่เย็นยิ่งเก็บได้หลายวัน ขวดละ 35 บาท / ลูกตาลสด ถุงละ 40 บาท
การเดินทาง :
- รถยนต์ : จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปเพชรบุรีได้สะดวกหลายเส้นทาง
1. จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2 หรือธนบุรี-ปากท่อ) ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม อำเภอปากท่อ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4 ถึงจังหวัดเพชรบุรี รวมระยะทางประมาณ 123 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
2. ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่านนครปฐม ราชบุรี ไปยังเพชรบุรี รวมระยะทางประมาณ 166 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
รถโดยสารประจำทาง : มีรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-เพชรบุรี ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน วันละหลายเที่ยว สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 www.transport.co.th (ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com)
- รถไฟ : การรถไฟแห่งประเทศไทยมีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) และสถานีรถไฟธนบุรี ไปยังจังหวัดเพชรบุรีทุกวัน ทั้งรถธรรมดา รถเร็ว รถด่วน และรถด่วนพิเศษ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.5-3 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางและราคาตั๋วโดยสารของการรถไฟแห่ง ประเทศไทย โทร.1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเว็บไซต์ www.railway.co.th และจองตั๋วรถไฟก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 3 วัน โทร. 0-2220-4444 ทุกวัน เวลา 08.30-16.30 
 อำเภอชายแดนที่กลายเป็นทางโรแมนติกของนักเดินทางทุกวันนี้ ด้วยระยะเพียงร้อยกว่ากิโลเมตรจากกรุงเทพฯ คุณจะลืมความร้อนอบอ้าวและความวุ่นวายของการจราจรในเมืองหลวง มาพบผืนป่าสีเขียว อากาศที่ชุ่มชื้นเย็นสบาย รีสอร์ทแสนสวยท่ามกลางฝูงแกะสีขาว ที่ใช้เวลาเติมความสุขได้แบบง่ายๆ แค่ 2 วัน 1 คืน
สำหรับการเดินทางไปเที่ยวของ สนุก! ท่องเที่ยว ในทริปนี้ ขออกตัวก่อนเลยว่า เราไม่ได้ขับรถลั้ลลาไปกันเองเหมือนครั้งก่อนๆ เพราะคราวนี้เราขอเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวสวนผึ้งโดยนั่งรถไฟไปต่างหากจ้า เป็นสไตล์การท่องเที่ยวแบบใจเย็นๆ ถึงช่าง....ไม่ถึงก็ช่าง...ไปกันช้าหน่อย แต่ชิลล์ๆ แถมสามารถซึมซับความสุขจากวิวทิวทัศน์ ที่ไม่สามารถมองเห็นจากการเดินทางโดยวิธีอื่นนอกจากรถไฟเท่านั้น!!! หลายคนคงเริ่มทำน่าฉงนปนงสงสัยว่า สวนผึ้งมีรถไฟไปถึงแล้วเหรอ ? เบรกเคลียร์ข้อสงสัยดังเอี๊ยดตรงนี้เลยว่า ยังไม่มีครับ.... แต่ทริปนี้เป็นทริปพิเศษของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดการกิจกรรม 'น้องครึกครื้นชวนเที่ยว...ฉึกฉักทัวร์' พานักท่องเที่ยว ทิ้งเมืองกรุง หนีไปเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ที่ อ. สวนผึ้ง ราชบุรีกัน งานนี้เด็กเลี้ยงแกะหลายวัยเลยสนุกครึกครื้นตลอดทริปทีเดียว
เราออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่ในวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยนัดเจอคณะเด็กเลี้ยงแกะที่สถานีรถไฟหัวลำโพงก่อนหิ้วกระเป๋าสะพายเป้ออกเดินทางสู่ จ.ราชบุรี โดยขบวนรถธรรมดา ที่มีตู้นำเที่ยวปรับอากาศจัดเฉพาะคณะฉึกฉักทัวร์พ่วงท้ายความสนุกไปกับเขาด้วย เดินทางกันเรื่อยๆ นั่งชมวิวทิวทัศน์ผ่านไปสิบกว่าสถานีราว 2 ชั่วโมงครึ่ง ก็มาถึงจุดหมายปลายทางคือ สถานีรถไฟโพธาราม จ.ราชบุรี ที่ตอนนี้มีรถโค้ชปรับอากาศเปิดแอร์เย็นฉ่ำมาจอดรอพาคณะของเราไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในเมืองราชบุรี และ อ. สวนผึ้ง กันแล้ว
ที่เที่ยวแห่งแรกที่เราแวะกัน คือ อุโบสถทองคำร้อยล้าน วัดพระศรีอารย์ อ. โพธาราม ซึ่งสวยงามตระการตามาก และน่าจะมีเพียงแห่งเดียวในเมืองไทย ที่พระอุโบสถด้านนอกทาด้วยสีทองมลังเมลืองไปทั้งหลัง ส่วนด้านในอุโบสถก็ตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่อลังการแห่งพลังศรัทธาของคนไทยที่มีต่อพระพุทธศาสนาในการก่อสร้างอุโบสถทองคำมูลค่ากว่าร้อยล้านแห่งนี้ ที่สำคัญภายในประดิษฐานพระศรีอาริย์ที่อัญเชิญมาจากประเทศพม่า และเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาสักการะได้ทุกวัน
แวะไหว้พระขอพรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางไปชม ร้านขายตุ๊กตา ริมถนนใหญ่ของ อ.โพธาราม กันก่อน บริเวณนี้มีร้านขายตุ๊กตากไม่ต่ำกว่าสิบร้าน แต่ละร้านมีตุ๊กตาให้เลือกนับพันๆ ตัว แถมดีไซน์หลายร้อยแบบทั้งน้องหมี หมา หมู งู ลิง ฯลฯ รวมถึงตัวการ์ตูนในทีวีและภาพยนตร์สารพัด อีกทั้งยังมีหลากหลายขนาดให้เลือกตั้งแต่ตัวเล็กๆ น่ารัก ไปจนถึงไซต์เท่าตัวเอง ราคาตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน เน้นขายแบบเป็นกันเองและถูกกว่าท้องตลาดมาก งานนี้เราเลยเห็นคนรักตุ๊กตา อุดหนุนคนละหลายตัวเลยทีเดียว
ก่อนเข้า อ. สวนผึ้ง เราก็แวะไปเที่ยว ถ้ำเขาบิน ถ้ำแห่งแรกในเมืองไทยที่มีการจัดแสดงแสงสีภายในถ้ำ เดินลงไปชมความสวยงามของโลกใต้ดิน ที่มีหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตาให้ลองจินตนการตามอำเภอใจ ภายในถ้ำแบ่งออกเป็น 8 คูหา ได้แก่ ศิวสถาน โถงอาคันตุกะ ธารอโนดาต สกุลชาติคูหา เทวสภาสโสร กินนรทัศนา พฤกษาหิมพานต์ อุทยานทวยเทพ ที่มาของชื่อถ้ำแห่งนี้ เชื่อว่ามาจากหินงอกหินย้อย เป็นรูปพญาอินทรีย์ กางปีกดูสง่า จึงได้ชื่อว่า ถ้าเขาบิน
แวะเที่ยวกันมาตลอดเส้นทางแล้ว ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงสวนผึ้งในช่วงเย็นๆ วันนี้นับว่าโชคดีมาก เพราะสวนผึ้งฝนไม่ตกเลย...แม้ช่วงที่ผ่านมาจะมีฝนโปรยปรายมาบ่อยๆ ก็ตาม และจากที่ฝนตกมาเรื่อยๆ นี่เอง ทิวทัศน์สวนผึ้งในช่วงนี้เลยเขียวชะอุ่ม มองไปทางไหนก็สดชื่นสบายตา รายล้อมด้วยทิวเขาสลับซับซ้อน รู้สึกสดชื่นมากๆ ก่อนจะปิดท้ายความสนุกในวันแรกด้วยปาร์ตี้กิจกรรมสนุกๆ ที่เรียกเสียงหัวเราะ และความประทับใจให้กลับไปนอนฝันดีเลยทีเดียว
เช้าวันที่เราเริ่มต้นกิจกรรมสนุกๆ ด้วยการไปเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ที่ The Sceneny Resort สถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ของสวนผึ้ง ที่ทุกวันจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาให้อาหารและถ่ายรูปกับฝูงแกะสีขาวตัวอ้วนพี ไม่เพียงเท่านั้น ที่นี่ยังมีมุมถ่ายรูปมากมายให้ถ่ายภาพอย่างจุใจ ทั้งรถโฟร์คเก่าแก่ที่จอดนิ่งอยู่ใกล้ฟาร์มแกะ เก้าอี้สีแดงกลางสนามหญ้าสีเขียว หรือจะสนุกกับกิจกรรมยิงธนู ขี่ม้า ก็เลือกได้ตามใจชอบ
เราปิดทริปความสนุกของ อ. สวนผึ้ง กันที่ บ้านหอมเทียน ที่ใครมาแล้วต้องแวะเลือกซื้อเทียนลวดลายแปลกตา หลายรูปแบบ หลายสไตล์ ให้สะสมเป็นคอลเลคชั่น หรือซื้อกลับไปเป็นของฝากของที่ระลึก หรือหากใครอยากโชว์ฝีมือทำเห็นเทียนหอมด้วยตัวเองที่มีชิ้นเดียวในโลก ก็สามารถทำได้ ร้านนี้ยังเอาใจลูกค้าจัดสถานที่ให้ดูสบายๆ อบอุ่น เข้ากับบรรยากาศธรรมชาติ แถมมีมุมถ่ายรูปสวยๆ สำหรับคนชอบถ่ายรูปด้วย
แล้วเราก็ถึงเวลาอำลาบ้านหอมเทียนเดินทางกลับเมืองหลวงโดยรถโค้ชปรับอากาศพาเรามาส่งที่สถานีรถไฟราชบุรี ซึ่งมีตู้รถไฟปรับอากาศของเราจอดรอคอยอยู่เหมือนเดิม พร้อมกับตุนเสบียงกันอีกครั้งด้วยเมนูสุดอร่อย ก๋วยเตี๋ยวราชบุรี อันขึ้นชื่อ
มาสวนผึ้งครั้งนี้แม้จะเป็นการพักผ่อนแบบสั้นๆ แต่ก็ได้พลังแห่งความสุขเต็มเปี่ยมกลับบ้านอย่างมากมายทีเดียว
การอาบน้ำแร่เหมือนกับการได้อบไอน้ำในตัว ช่วยระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายให้ดีขึ้น เสริมสร้างความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ"
เชื่อว่าทุกท่านคงทราบถึงประโยชน์ของการอาบน้ำแร่กันดีอยู่แล้ว ครั้งนี้บางจากขอเสนอทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลายจากความเมื่อยล้าจากการทำงาน นั่นคือ "ธารน้ำร้อนบ่อคลึง" อย่ารอช้า...ไปกันเลยดีกว่า
ธารน้ำร้อนบ่อคลึง เป็นบ่อแช่น้ำแร่ที่นำแร่ร้อนธรรมชาติที่มีต้นกำเนิดจากสายน้ำไหลผ่านกรวดหินดินทรายใต้พื้นผิวโลกที่ร้อนจัด แล้วไหลเป็นธารน้ำร้อนขนาดเล็กออกมาจากซอกหินเชิงเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นลำธารน้ำร้อนเล็กๆ มีน้ำไหลอยู่ตลอดปี และไม่มีแร่ธาตุที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง น้ำ ไหลซึมออกมาจากตาน้ำใต้ดินไม่ขาดสาย แม้ในฤดูแล้งปริมาณน้ำจะไหลน้อยแต่ก็ไม่ถึงกับแห้ง มีก้อนหินใหญ่เล็กเรียงรายตามร่องน้ำตลอดทางประมาณ 300 เมตร เป็นน้ำร้อนบริสุทธิ์ ที่มีความร้อนเฉลี่ยประมาณ 50-57 องศาเซลเซียส หรือ ประมาณ 120-136 องศาฟาเรนไฮต์
ธารน้ำร้อนบ่อคลึง มีสระอาบน้ำร้อนอยู่ 2 แบบ คือ
สระธรรมชาติ เป็นสระดินที่ ไม่มีหลังคาปกคลุม พื้นโรยด้วยหินและกรวด น้ำตื้นแค่ระดับเอว อุณหภูมิของน้ำอยู่ที่ประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส เหมาะที่จะลงไปแช่สบายๆ แต่อาจไม่เป็นส่วนตัวเท่าไหร่ เนื่องจากเป็นพื้นที่เปิดโล่ง
สระกระเบื้อง มีที่สำหรับลงแช่อาบน้ำอุ่น มีขนาดเล็กกว่าสระดิน เป็นสระลักษณะกลมเหมือนสระว่ายน้ำเด็ก ระดับน้ำสามารถใส่ขาสั้นและเสื้อลงสระได้ สระลึกประมาณ 60 ซ.ม. ทำเป็นที่ให้นั่งแช่น้ำรอบสระ น้ำไม่ร้อนจัด พอเหมาะกับการแช่ อุณหภูมิประมาณ 56 องศาเซลเซียส น้ำแร่ที่นี่ไม่มีกลิ่นฉุนของกำมะถัน
ธารน้ำร้อนบ่อคลึง ตั้งอยู่ในบริเวณเหมืองแร่ของบริษัทราชบุรีเหมืองแร่และเกษตรกรรมจำกัด บ้านห้วยผาก หมู่ที่ 7 ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัด ราชบุรี ห่างจากตัวเมืองราชบุรี ประมาณ 74 กิโลเมตร
หรือถ้าท่านใดขี้อายไม่อยากลงไปแช่ในสระรวม ที่นี่เค้าก็มีห้องแบบตักอาบให้บริการด้วย เลือกผ่อนคลายได้ตามใจชอบ ที่นี่เค้าดีจริงๆ...บางจากคอนเฟิร์ม!!